เตรียมพร้อมรับนักท่องเที่ยวขึ้นภูชี้ฟ้า ชมทะเลหมอกช่วงฤดูหนาว

อช.ภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) แจ้งนักท่องเที่ยวหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ งดนำรถขึ้นไปเขตอุทยานฯ และให้ใช้บริการรถบริการรถรับจ้างแทน รวมทั้งงดส่งเสียงดัง งดจัดงานรื่นเริงหลัง 4 ทุ่ม

ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปี 2565 ไปจนถึงต้นปี 2566 ทางอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) ภายใต้การนำของนายวิทยา บัวพล หัวหน้าอุทยานฯ คนใหม่ ที่ย้ายมาจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา จ.สตูล มาแทนคนเดิมที่ย้ายไปอยู่หน่วยงานอื่น ได้ออกประกาศขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวภูชี้ฟ้า เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของอุทยาน เป็นการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวภูชี้ฟ้า

โดยขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวงดนำรถยนต์ส่วนตัวขึ้นอุทยานฯ ในช่วงเวลา 04.30-09.30 น. ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระหว่างวันที่ 19 พ.ย. 65 ถึงวันที่ 15 ม.ค. 66 ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เนื่องจากเส้นทางลาดชันและไม่มีลานจอดรถเพียงพอ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยวได้

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นรถรับส่งบริการนักท่องเที่ยวที่กลุ่มรถบริการนักท่องเที่ยวจัดไว้จำนวน 6 จุด ได้แก่ บริเวณลานกางเต็นท์อุทยานฯ สามแยกทางขึ้นอุทยานฯ บริเวณลานเวทีกลางหมู่บ้าน บริเวณลานกิจกรรมร้านค้าชุมชน บริเวณลานกางเต็นท์ (รีสอร์ต กู๊ดวิว) และบริเวณลานผาผึ้งหรือลาน อบต. โดยชมรมผู้ประกอบการรถโดยสารชุมชนจะคิดค่าบริการขึ้นอุทยานฯ เที่ยวละ 40 บาท และลงอุทยานฯ เที่ยวละ 40 บาท

นอกจากนี้ยังมีประกาศขอความร่วมมือด้านอื่น ได้แก่ งดส่งเสียงดัง งดใช้เครื่องเสียงหรือเครื่องดนตรีและจัดงานรื่นเริงต่างๆ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ขอความร่วมมือจอดรถอย่างเป็นระเบียบ ไม่กีดขวางทางจราจร และจอดรถตามป้ายที่กำหนดให้จอด ขอความร่วมมือรักษาความสะอาด ทิ้งขยะลงถังขยะหรือถุงขยะที่เตรียมไว้ให้ ให้งดจุดโคมลอยประทัด พลุ บนอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) และตามสถานที่ต่างๆ และขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุขในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ด้วยการสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า รักษาระยะห่าง และล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์

สำหรับ ภูชี้ฟ้า ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากประมาณปีละ 250,000-300,000 คน ทำรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ที่ประกอบกิจการการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

ที่มา:: กทท