LPN เปิดตัว 6 โครงการใหม่ ดันธุรกิจครึ่งปีหลัง 2565

LPN เปิดตัว 6 โครงการใหม่ ช่วงครึ่งปีหลัง 2565 “LPN” เดินทัพลุยตลาดอสังหาฯ ขับเคลื่อนธุรกิจตามแผน Turnaround มูลค่ากว่า 6,700 ล้านบาทพร้อม Re-branding และ Re-design ใหม่ภายใต้แบรนด์คุณภาพ “168” ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค คาดว่าจะทำเป้ายอดขายปี 2565 อยู่ที่ 13,000 ล้านบาท

LPN เปิดตัว 6 โครงการใหม่

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวล ลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) นายโอภาส  ศรีพยัคฆ์ ได้เปิดเผยแผนธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2565 ว่าถึงแม้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะชะลอตัวลงหรืออาจถึงขั้นถดถอย (Recession) อันเนื่องจากมาจากสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตโรคระบาดโควิด-19,อัตราเงินเฟ้อทั่วโลก หรืออัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้นประมาณร้อยละ 0.25-0.5 ก็ตาม ทางบริษัทก็ยังคงพร้อมที่จะเดินหน้าลุยเปิดตัวโครงการตามแผนธุรกิจที่วางไว้

โดยแผนในปี 2565 บริษัทจะเปิดตัวโครงการใหม่ 10 โครงการ มูลค่ากว่า 13,700 ล้านบาท แบ่งออกเป็นโครงการบ้านพักอาศัย 4 โครงการ มูลค่า 3,700 ล้านบาท และโครงการอาคารชุดพักอาศัย 6 โครงการ มูลค่ารวม 10,000 ล้านบาท

ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 โครงการใหม่ที่เปิดตัวไปแล้ว 4 โครงการ มูลค่า 7,000 ล้านบาท ได้แก่โครงการลุมพินี เพลส แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด สเตชั่น, โครงการลุมพินี วิลล์ จรัญ-ไฟฉาย เฟสใหม่, โครงการลุมพินี ทาวน์ชิป รังสิต-คลอง 1 เฟส 3 และ โครงการเพลส 168 ปิ่นเกล้า หลังจากเปิดตัวแล้วได้รับผลตอบรับที่ดีมากจากผู้บริโภค ส่งผลให้มียอดขายรวม (Presale) 4,800 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 37 ของยอดเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 13,000 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับปี 2564 ในช่วงเดียวกัน ยอดขายเติบโตขึ้นร้อยละ 17  ทำให้บริษัททราบว่าในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทสามารถทำรายได้ถึง 4,190.74 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 338.78 ล้านบาทด้วยกัน

นายโอภาส ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่กฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้ประกาศให้มีผลบังคับใช้เรื่องการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเต็มจำนวนในปี 2565 ส่งผลต่อผู้ประกอบการอสังหาฯ 2 ด้านด้วยกัน คือ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากที่ต้องนำไปเสียภาษีที่ดินเปล่าและสินค้าคงเหลือ แต่ในขณะเดียวกันก็ส่งผลด้านดีเพราะเจ้าของที่ดิน (Landlord) ยินยอมที่จะปล่อยที่ดินออกขายในระดับราคาที่เหมาะสม เพื่อลดภาระเสียภาษีที่ดิน ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีที่ผู้ประกอบการอสังหาฯจะเข้าซื้อที่ดิน แล้วนำมาพัฒนาให้เป็นโครงการได้ในอนาคต โดยทาง LPN ก็ตั้งงบในการซื้อที่ดินปี 2565 ไว้ 4,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้ซื้อที่ดินเปล่าไปแล้ว 1,400 ล้านบาท และมีแผนที่จะซื้อที่ดินเพิ่มอีก 2,600 ล้านบาทให้ได้ภายในปีนี้

ทั้งนี้ตามแผนช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “168” เป็นโครงการบ้านพักอาศัย 4 โครงการ ประกอบด้วย เวนู 168 เวสต์เกต, เวนู 168 ราชพฤกษ์, เวนู 168 คูคต สเตชั่น และ โครงการเรสซิเดนท์ 168 ราชพฤกษ์ ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีแผนเปิดตัว 2 โครงการคอนโดมิเนียม มูลค่า 3,000 ล้านบาท ประกอบไปด้วยโครงการที่บริเวณราชพฤกษ์ ซอย 5 อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยสยาม และโครงการที่อ่อนนุช ซอย 19  โดยรวมมูลค่า 3,700 ล้านบาท

สำหรับโครงการที่อยู่ภายใต้แบรนด์ “168” เน้นการออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยการวิจัยความต้องการของลูกค้าแล้วนำผลวิจัย (Human Centric) ของ LPN มา Re-Design ใหม่ ทำให้บ้านของเรามีรูปแบบที่ตรงกับความต้องการ ตอบโจทย์ได้มากที่สุด และปรับฟังก์ชั่นการใช้งานให้เหมาะกับพฤติกรรมของผู้ที่อยู่อาศัย นอกจากนั้นยังนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ให้อำนวยความสะดวกกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในแต่ละโครงการ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 5 ปี (2565 – 2569) Turnaround ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญขององค์กร

ในปี 2565 นี้ LPN พร้อมเดินหน้าลุยธุรกิจอสังหาฯเต็มกำลัง หลังจากที่แผนการลงทุนชะลอตัวไปตั้งแต่ปี 2561 โดยในครั้งนี้เราพร้อมจะสร้างสินค้าที่เข้าถึงผู้บริโภคให้มากที่สุดโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ และในปี 2569 คาดว่าจะสามารถทำยอดขายให้แตะไปถึงระดับ 20,000 ล้านบาท ให้ครอบคลุมไปทุกทำเลทั้งในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล นายโอกาสได้กล่าวทิ้งท้ายไว้

ที่มา : dailynews.co.th/news/1325801/ เครดิต : บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวล ลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN)